logo

เกี่ยวกับ สศช.

พิพิธภัณฑ์สุริยานุวัตรเพื่อการพัฒนาประเทศ




บ้านสุริยานุวัตร ซึ่งในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถานแห่งชาตินั้น มีประวัติความเป็นมาที่กล่าวได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของตำนานด้านการเศรษฐศาสตร์ของไทย เพราะสถานที่แห่งนี้คือบ้านของ มหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร นามเดิมว่าเกิด บุนนาค ท่านได้ชื่อว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนแรกของเมืองไทย ด้วยผลงานด้านการเงินการคลัง เมื่อครั้งท่านได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2449 ตราบจนกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ท่านยังได้เขียนหนังสือ "ทรัพยศาสตร์" ซึ่งถือเป็นตำราเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของเมืองไทย

พระยาสุริยานุวัตร เกิดเมื่อ พ.ศ. 2405 เมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้เป็นลุงได้ส่งไปศึกษาที่ปีนังและกัลกัตตาอยู่ 5 ปี ก่อนจะกลับมาเข้ารับราชการสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในกรมมหาดเล็กเป็นแห่งแรก

พระยาสุริยานุวัตร เกิดเมื่อ พ.ศ. 2405 เมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้เป็นลุงได้ส่งไปศึกษาที่ปีนังและกัลกัตตาอยู่ 5 ปี ก่อนจะกลับมาเข้ารับราชการสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในกรมมหาดเล็กเป็นแห่งแรก

ช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งอัครราชทูตอยู่ มีเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างบ้านสุริยานุวัตรในเวลาต่อมา คือ เมื่อองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร (รัชกาลที่ 6) ซึ่งทรงศึกษาอยู่ ประชวรไส้ติ่งอักเสบ ต้องได้รับการผ่าตัดทันที พระยาสุริยานุวัตรเห็นว่า หากรอรับพระบรมราชานุญาตจะไม่ทันการณ์ ท่านจึงอนุญาตให้แพทย์ถวายการผ่าตัดโดยขอถวายศีรษะเป็นราชพลี ปรากฎว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความดีความชอบในกาลต่อมา เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรและธิดาของพระยาสุริยานุวัตรทุกคน รวมทั้งพระราชทานที่ดินกว่า 7 ไร่ บริเวณถนนหลานหลวง อันเป็นที่ตั้งของบ้านสุริยานุวัตร ทั้งตัวอาคารก็ได้รับพระราชทานทรัพย์เพื่อปลูกสร้างจากสมเด็จพระพันปีหลวงด้วยเช่นกัน
บ้านสุริยานุวัตร สร้างขึ้นหลังจากที่ท่านกลับมารับราชการในแผ่นดินเกิด โดยได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ จึงน่าจะสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2448 เล่ากันว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานช้าง 3 เชือกมาเหยียบดินให้แน่นก่อนที่จะเรียงซุงจำนวนมากเพื่อรองรับน้ำหนักตึกตามตำราก่อสร้างสมัยก่อน สถาปนิกผู้ออกแบบเป็นนายช่างอิตาเลียนคนเดียวกับที่ออกแบบก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม และได้ยึดแนวก่อสร้างแบบเดียวกันมาใช้

หนึ่งปีให้หลังเมื่อบ้านนี้เริ่มสร้าง พระยาสุริยานุวัตร ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญคือ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ผลงานของท่านมีมากมาย อาทิ ได้คิดทำสตางค์แดงขึ้นใช้แทนอัฐิแบบเดิม ท่านได้ชื่อว่าเป็นนักคิดและนักปฏิบัติหัวก้าวหน้าที่สุดในยุคนั้น มีความเฉียบขาดและตรงไปตรงมา คุณสมบัติเช่นนี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมากมาย ในขณะเดียวกันก็สร้างศัตรูในหมู่คนบางคนเช่นกัน

ผลงานที่ได้ชื่อว่าเป็นชิ้นโบว์แดงและยืนยันถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน คือ การเสนอแนวคิดจัดการโอนการจำหน่ายฝิ่นจากนายอากรมาให้รัฐบาลทั้งหมด ทำให้เกิดผลดีต่อการเพิ่มรายได้ให้รัฐอย่างมหาศาล ทำให้นายอากรและผู้เสียประโยชน์ไม่พอใจอย่างมาก ในที่สุด พระยาสุริยานุวัตรได้กราบบังคมทูลลาออกจากราชการ เพื่อระงับเหตุอันอาจจะบานปลายต่อไป
บ้านสุริยานุวัตร ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตย เมื่อบุตรชายของท่านคือ คุณประจวบ บุนนาค เป็นสมาชิกสำคัญคนหนึ่งของคณะผู้ก่อการ พ.ศ. 2475 ในเบื้องต้นนั้น ท่านโกรธบุตรชายมากถึงขั้นจะสังหารด้วยตนเอง แต่เมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า คณะผู้ก่อการมิได้มีความประสงค์ร้ายต่อราชบัลลังก์ ท่านจึงพิจารณาเรื่องราวด้วยดวงใจที่เปิดกว้าง และได้หันมาสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มาก ทั้งยังอนุญาตให้ใช้บ้านเป็นที่ประชุมหารือเรื่องราวต่างๆ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วเสมอๆ

ช่วงบั้นปลายของชีวิต ท่านเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาล ข้าราชการ นักการเมือง ตลอดจนประชาชนทั่วไป ต่างก็ได้รับรู้ถึงกิตติศัพท์ และความสามารถของท่านผู้ซึ่งได้รับการยกย่องนับถือเป็น "รัฐบุรุษผู้เฒ่า" ท่านนี้ว่า เป็นคนตรงและเฉียบขาดอย่างมิอาจหาผู้ใดเสมอเหมือนแม้จะเข้าสู่วัยชรา ความซื่อสัตย์กอปรกับเจตนาดีที่มีต่อบ้านเมืองอย่างแรงกล้า คืออาภรณ์ประดับงดงามสูงค่าที่ท่านสวมใส่มาโดยตลอดตราบจนวันที่ท่านถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ภายในบ้านที่ท่านถือว่าเป็น "ของรับพระราชทานมา" หลังนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2479

บ้านสุริยานุวัตร นามบ้าน นามความดี นามบิดาแห่งการเศรษฐศาสตร์ไทย

ภายหลังอนิจกรรมของท่านราว 4-5 ปี ทายาทของท่านได้ขายที่ดินบางส่วนและตัวบ้านสุริยานุวัตรให้แก่รัฐบาล และต่อมาได้ใช้เป็นที่ตั้งของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งในปัจจุบันก็คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั่นเอง โดยในสมัยของจอมพลสฤษฎิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการก่อสร้างอาคารสำนักงานสมัยใหม่ขึ้นรายรอบ และตัวบ้านสุริยานุวัตรในระยะหลังจึงถูกเรียกขานว่า ตึกกลาง

ความสำคัญของตึกกลางหรือ บ้านสุริยานุวัตร ได้ถูกสืบค้นและกล่าวขานถึงเรื่อยมาและในที่สุด จึงได้มีการประกาศให้ตึกกลางเป็นโบราณสถานแห่งชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ และกรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2533 เมื่อแล้วเสร็จ คณะผู้บริหารได้ลงมติให้ตั้งชื่ออาคารหลังนี้ว่า "ตึกสุริยานุวัตร"

ตึกสุริยานุวัตร ภายหลังการบูรณะปรับปรุงนั้น ยังคงรักษาลักษณะภายนอกไว้เช่นเดิม คือ เป็นอาคารสองชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรมคลาสสิก ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จัดองค์ประกอบสองข้างอาคารต่างกัน ด้านหนึ่งเป็นหลังคาจั่วผสมทรงปั้นหยา ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปทรงหลายเหลี่ยม มีทรงปิระมิดผสานอยู่ ทั้งหมดนี้มีลักษณะอวดพื้นหลังคา พิเศษด้วยการเจาะช่องหน้าต่างเล็กตรงกลาง มีการแกะไม้ประดิษฐ์ลาย แต่ตกแต่งอย่างไม่หวือหวาจนเกินงาม

ตัวตึกภายนอกประดับลายปูนปั้นแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกที่กำลังรุ่งเรืองอยู่ในยุคนั้นได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว เข้าชุดกับส่วนที่เป็นไม้ หน้าต่างเป็นไม้บานเกล็ด เหนือขึ้นไปทำเป็นช่องระบายลม ส่วนประตูทำแบบบานลูกฟัก

แกะลายงดงาม ที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะได้แก่หน้าต่างทางตึกปีกซ้ายซึ่งเป็นด้านบันได เล่นระดับไล่กันอย่างสวยงามแปลกตา ภายในตึกสุริยานุวัตร โดดเด่นด้วยสไตล์อาร์ตเดโคและอาร์ตนูโว โดยเฉพาะที่บันได การตกแต่งภายในบ้านงามอย่างเรียบง่าย สิ่งที่ทรงคุณค่าอีกอย่างหนึ่งภายในบ้านหลังนี้ก็คือ สรรพตำราทั้งภาษาไทยและอังกฤษ โดยเฉพาะที่ห้องสมุดชั้นสอง ซึ่งกล่าวได้ว่า น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของตำราเศรษฐศาสตร์ไทยเล่มแรกที่มีชื่อว่า "ทรัพยศาสตร์" นามบ้านสุริยานุวัตร นามของผู้กระทำตนเสมือนหนึ่งพระอาทิตย์ที่เผาผลาญตัวเองเพื่อยังประโยชน์แก่ส่วนรวม สมดังราชทินนามที่ได้รับพระราชทาน และถือเป็นแบบฉบับแห่งความดีงามที่ควรแก่การกล่าวขานยกย่องสืบต่อสู่อนุชนรุ่นหลังตลอดไป

not insert alt on tag images
t20150923102725_275.jpg
t20150923102729_276.jpg
t20150923102733_277.jpg
t20150923102737_278.jpg
t20150923102740_279.jpg
t20150923102807_280.jpg
t20150923102816_281.jpg
t20150923102820_282.jpg
t20150923102825_283.jpg
t20150923102859_284.jpg
t20150923102902_285.jpg
t20150923102905_286.jpg

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 02-2804085 ต่อฝ่ายไอที แฟกซ์ : 0-2281-3938
E-mail : webmaster@nesdb.go.th