ข่าวสาร/กิจกรรม
ครม. เห็นชอบร่างแผนการปฎิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน
วันที่ 16 มี.ค. 2561
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมี ดร.ปรเมธี  วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล 

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแผนการปฏิรูประเทศทั้ง 11 ด้าน และเห็นชอบตามความเห็นของ สศช. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามร่างแผนปฏิรูปประเทศพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ให้เพิ่มเติมบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปให้รวมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศผ่านการสื่อสารทุกช่องทาง เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนในทุกภาคส่วนและหน่วยงานรัฐที่จะต้องนำไปปฏิบัติ รวมทั้งมีช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและทั่วถึงด้วย

นอกจากนี้ ให้ สศช. เร่งดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ การติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ โดยมุ่งเน้นให้กลไกและวิธีการประเมินสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรมและไม่เป็นภาระของหน่วยงานมากจนเกินไป และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็ว เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางและหลักเกณฑ์เพื่อถือปฏิบัติต่อไป

ดร.ปรเมธี  วิมลศิริ รายงานต่อที่ประชุมว่า สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้สรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และเป้าหมายและการดำเนินงานของร่างแผนการปฏิรูป 11 ด้านประกอบด้วย (1) ด้านการเมือง (2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (3) ด้านกฎหมาย (4) ด้านกระบวนการยุติธรรม (5) ด้านเศรษฐกิจ (6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (7) ด้านสาธารณสุข (8) ด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ (9) ด้านสังคม (10) ด้านพลังงาน และ (11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ได้จัดทำร่างแผนการปฏิรูปประเทศในด้านที่รับผิดชอบแล้วเสร็จ รวมถึงได้ระดมความคิดเห็นประชาชนในภูมิภาคต่างๆ และสอบถามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาปรับปรุงและนำเสนอร่างแผนการปฏิรูปประเทศต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณาแล้ว

ภาพรวมของแผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน มีประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่สำคัญ ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ดังนี้

1. การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ การส่งเสริมการประกอบอาชีพ และการปรับปรุงกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านการดำเนินการตามแผนปฏิรูป 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และสาธารณสุข

2. การพัฒนาเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับชุมชน ผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และเชื่อมโยงการผลิตของไทยกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาค

3. การสร้างสังคมและชุมชนที่เข้มแข็ง มุ่งเน้นให้คนในชุมชนทุกกลุ่มมีความมั่นคงด้านอาชีพและรายได้ รวมทั้งมีหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ และได้รับสวัสดิการทางสังคมที่เหมาะสม

4. การฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งเน้นการฟื้นฟู อนุรักษ์ เพื่อสร้างฐานทรัพยากรของประเทศไทยในระยะยาวควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน

5. การสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการทำงานภาครัฐ ปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ติดตาม และประเมินผลมาตรการทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในระดับภาพรวมและระดับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และกลุ่มเป้าหมาย

6) การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การดำเนินการตามประเด็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปที่สำคัญ 6 มิติดังกล่าวข้างต้นจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทยในภาพรวม 4 ด้าน ได้แก่ (1) ประเทศไทยมีฐานทรัพยากรรองรับการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลในเชิงสังคมและเชิงเศรษฐกิจ (2) ประชาชนมีสวัสดิการของรัฐที่เหมาะสม มีโอกาสในการสร้างอาชีพและได้รับความเป็นธรรมในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม (3) ภาคเกษตร อุตสาหกรรมบริการ และการวิจัยพัฒนานวัตกรรม ได้รับการยกระดับ รวมทั้งลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และ (4) การบริหารจัดการภาครัฐมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน จะก่อให้เกิดประโยชน์ในแต่ละระดับของสังคม คือ ระดับประชาชน ชุมชนและท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และประเทศ
 
ข่าว : ช่อผกา แก้วใหญ่ ข้อมูลจาก สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 13 มีนาคม 2561 เว็บไซต์รัฐบาล  
ภาพ : Thaigov.go.th

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 02-2804085 (40 คู่สาย) แฟกซ์ : 0-2281-3938 E-mail : pr@nesdb.go.th , webmaster@nesdb.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์