ข่าวสาร/กิจกรรม
สศช. ร่วมกับ สกว. และ UNFPA จัดระดมความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนประชากรเพื่อการพัฒนาประเทศระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)
วันที่ 29 พ.ค. 2560
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2560 ดร. ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศ.นพ. สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  และ Ms. Yoriko Yasukawa UNFPA Regional Director for Asia-Pacific and UNFPA Thailand Country Director เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเรื่อง (ร่าง) แผนประชากรเพื่อการพัฒนาประเทศระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ณ ห้องราชา 2 ชั้น 11 อาคาร 2 โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพฯ  โดยได้รับเกียรติจากนายมีชัย วีระไวทยะ  นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ "ประชากรกับการพัฒนาประเทศ...อนาคตที่ท้าทาย” และมีนางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำเสนอ (ร่าง) แผนประชากรฯ โดยงานสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอและรับฟังข้อคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนประชากรฯ เพื่อนำมาปรับปรุงให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี  รวมถึงมีการรับฟังงานวิจัยที่สอดรับกับ (ร่าง) แผนประชากรฯ จากนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำมากำหนดโจทย์วิจัยในอนาคตให้เป็นฐานในการใช้ต่อยอดและปรับปรุงการดำเนินงานด้านประชากรและการพัฒนาต่อไป

(ร่าง) แผนประชากรฯ  เป็นแนวทางการพัฒนาประชากรในระยะยาว  ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ภายใต้ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งนำประเทศไปสู่การเป็น "ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”  ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรไทยไปสู่สังคมสูงวัย ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยที่ประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานมีจำนวนและสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุกลับเพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่าในอนาคตแนวโน้มโครงสร้างอายุประชากรดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น  ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศในการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น  รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่จะชะลอตัวลงจากขนาดกำลังแรงงานที่ลดลง  นอกจากนี้ การพัฒนาในอนาคตยังต้องคำนึงถึงความแตกต่างของคนในแต่ละรุ่น (Generation) ที่มีอุปนิสัยและทัศนคติที่แตกต่างกันจากการถูกหล่อหลอมโดยปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกัน ซึ่งการวางแผนและออกแบบนโยบายจึงต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมและวิธีคิดของคนกลุ่มต่าง ๆ  ขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่ของประเทศยังมีปัญหาเชิงคุณภาพในหลายด้าน อาทิ  ปัญหาด้านความสามารถทางเชาว์ปัญญา (IQ) ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)  ปัญาทักษะ ความรู้ ความสามารถไม่สอดคล้องกับความต้องการตลาดงาน ปัญหาสุขภาพ การมีระดับการออมที่ต่ำ ความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนคนเดียว ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับครัวเรือน

ทั้งนี้ (ร่าง) แผนประชากรฯ ดังกล่าวได้กำหนดวิสัยทัศน์ "ประชากรไทยเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมยกระดับการพัฒนาประเทศ” โดยมี 5 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
1) การส่งเสริมให้ประชากรวัยเจริญพันธุ์มีบุตรเพิ่มขึ้นโดยสมัครใจโดยเฉพาะในกลุ่มเจเนอเรชันวาย รวมทั้งสนับสนุนกลุ่มผู้มีบุตรยากให้สามารถมีบุตรได้ เพื่อให้เด็กเกิดใหม่มีจำนวนไม่ต่ำกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอนามัยการเจริญพันธุ์ในกลุ่มแม่และเด็ก ลดการตั้งครรภ์ในกลุ่มประชากรวัยรุ่น และลดอัตราการตายในกลุ่มเด็กแรกเกิด
2) การพัฒนาและยกระดับผลิตภาพประชากร  เน้นการพัฒนาและยกระดับศักยภาพประชากรให้มีผลิตภาพเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสอดคล้องกับช่วงวัยและพฤติกรรมตามเจเนอเรชัน การพัฒนาทักษะประชากรวัยเรียนและวัยแรงงาน การเพิ่มกำลังแรงงานผู้สูงอายุและสตรีที่มีศักยภาพในตลาดงาน และการดึงดูดแรงงานไทยในต่างประเทศและแรงงานต่างชาติที่มีทักษะให้ใช้ชีวิตและทำงานในประเทศไทย
3) การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร มุ่งพัฒนาทักษะประชากรทุกช่วงอายุให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ  ควบคู่กับการสร้างสุขภาวะที่ดี  ลดอัตราการตายก่อนวัยอันควร ก้าวไปสู่การเป็นประชากรผู้สูงอายุที่แข็งแรง พึ่งตนเองได้ และมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดียาวนานที่สุด ลดภาระค่าใช้จ่ายสวัสดิการในการดูแลทั้งต่อครอบครัวและภาครัฐ
4) การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบการคุ้มครองทางสังคม มุ่งส่งเสริมให้ประชากรไทยมีงานทำและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง มีหลักประกันที่มั่นคง สร้างวินัยทางการออมตั้งแต่วัยเรียน พัฒนานวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทุกกลุ่มอาชีพสามารถเข้าถึงระบบการออมระยะยาว สร้างระบบการคุ้มครองทางสังคมให้กับประชากรไทยกลุ่มด้อยโอกาส
5) การสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาประชากร  มุ่งส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสนับสนุนประชากรให้มีบุตรเพิ่มขึ้น การปรับสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันของคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย ตลอดจนพัฒนารูปแบบโครงสร้างที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต  และการบริหารจัดการของเมืองให้สอดรับกับการย้ายถิ่นกลับของประชากรให้มีการกระจายตัวและโครงสร้างอายุประชากรที่สอดรับกับการพัฒนาพื้นที่

โดยมีกรอบการพัฒนา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2560 – 2564) มุ่งพัฒนาศักยภาพของประชากรไทยให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมในการมีบุตร สำหรับในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2565 – 2569) เน้นการพัฒนาระบบและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างเด็ก  เจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะเกิดและเติบโตขึ้นหลังปี 2569 และในระยะที่ 3 (พ.ศ. 2570 – 2579) มุ่งให้ความสำคัญกับสร้างเสริมให้ประชากรไทยทุกคนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนและยกระดับประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาในระยะยาว  โดยในทุกระยะต้องมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรไทยในทุกมิติควบคู่กันไป

ข่าว : สำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาทางสังคม
ภาพ : เมฐติญา  วงศ์ภักดี

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 962 ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100
โทรศัพท์ : 02-2804085 (40 คู่สาย) แฟกซ์ : 0-2281-3938 E-mail : pr@nesdb.go.th , webmaster@nesdb.go.th
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์